Nissan Juke Club Thailand นิสสัน จู๊คคลับ (ประเทศไทย)
Nissan Juke Accessories

Nissan Juke Accessories อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากนิสสัน รับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

ผู้เขียน หัวข้อ: Nissan Juke “นิสสัน จู๊ค” ประหลาดตา ประทับใจ  (อ่าน 16361 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Nissan Juke

  • VIP.000
  • Administrator
  • สมาชิก 200 ไมล์
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 1
  • กระทู้: 314
  • พลังน้ำใจ : 8
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: แอ๊ดมิน
    • ดูรายละเอียด
    • Nissan Juke
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1 สมาชิกกลุ่ม V.I.P. ที่ร่วมประมูลสติ๊กเกอร์เลขสวย หรือร่วมบริจาคให้กับคลับ
 Share 

Nissan Juke “นิสสัน จู๊ค” ประหลาดตา ประทับใจ

       เห็นหน้าตาประหลาดแบบนี้ นับตั้งแต่การเปิดตัวพร้อมขายที่ญี่ปุ่นบ้านเกิด ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา “นิสสัน จู๊ค” (Nissan Juke) ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ กวาดยอดจองไปกว่า 5,000 คัน เช่นเดียวกับแผ่นดินยุโรป ได้การตอบรับล้นหลามระดับ 15,000 คัน ภายในเวลา 1 เดือน !



       “นิสสัน จู๊ค”พัฒนาจากพื้นฐาน B-Platform เช่นเดียวกับเก๋งอย่าง คิวบ์ โน้ต หรือ มาร์ช โมเดลเก่า (K12)โดยรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น(ไทย)วางเครื่องยนต์ขนาด1.5 ลิตร ดังนั้นถ้าเราจะเรียกจู๊ค เป็น “ซับคอมแพกต์เอสยูวี” ก็ไม่น่าจะผิด ทั้งนี้ระดับการทำตลาดต่ำกว่า เอ็กซ์-เทรล และแคชไค (ดูอัลลิส) ขณะเดียวกันก็เป็นรถอเนกประสงค์ไม่เน้นลุยหนัก
       
       ส่วนรูปลักษณ์หลุดโลก ล้ำอนาคต เป็นฝีมือของทีมออกแบบ Nissan Design Europe (NDE)ประเทศอังกฤษ ใครชอบไม่ชอบอย่างไรสุดแล้วแต่ ซึ่งตัวผู้เขียนเองชื่นชมความคิด กล้าจินตนาการของทีมงานนิสสัน ด้านหน้าย้ายไฟหรี่-ไฟเลี้ยวไปอยู่บนฝากระโปรง และแยกไฟหน้าโคมกลมออกมา ขณะที่ไฟตัดหมอกฝังซ่อนอยู่ในแผงกันกระแทกด้านล่าง
       
       เส้นสายลาดเอียงตั้งแต่เสาเอ-พิลลาร์ ไล่จรดถึงสปอยเลอร์หลังคา รับไฟเบรกดวงที่สาม ที่เปิดประตูหลังซ่อนอยู่ตรงกระจกหน้าต่าง หรือใกล้ๆแนวเสา ซี-พิลลาร์ โดดเด่นกับไฟท้ายแสนเซ็กซี่ ด้านข้างตีโป่งทะมัดทะเมง เต็มซุ้มกับล้ออัลลอย์ขนาด 17 นิ้ว ประกบยางโยโกฮามา 215/55 R17


       
       ภายในเน้นโทนดำ พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้านทรงสปอร์ตพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและฟังก์ชันต่างๆของรถ จอด้านหน้าแสดงระบบนำทาง Navi และดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงโชว์ภาพจากกล้องส่องถอยหลัง ถัดลงมาจะมีหน้าจอแปลกๆ ซึ่งสามารถสลับการแสดงผลของระบบปรับอากาศ (AIR-CON) และรูปแบบการขับขี่ (D-MODE) ที่เลือกได้ 3 โหมด คือ Eco Normal และ Sport
       
       ...หลังจากโยกปรับเบาะหน้าจนได้ระดับ พบว่าวิสัยทัศน์ของ “จู๊ค” ใช้ได้ครับ ระยะด้านหน้าเคลียร์กว้างชัดเจน จะเห็นโคมไฟเลี้ยว บนฝากระโปรงปูดนูนเล็กน้อย กระจกมองข้างบานโตมองชัด พวงมาลัยจับถนัดกระชับมือ และแม้จะมีพื้นฐานพัฒนามาจากพวกเก๋งซับคอมแพกต์ แต่ภายในห้องโดยสารก็กว้างขวาง ตำแหน่งคนขับ และผู้โดยสารด้านหน้า ระยะหัวเหลือเพียบ ส่วนระยะขาก็วางได้หลวมๆสบายๆ
       
       สำหรับผู้โดยสารแถวสองนั่งไม่อึดอัด ยัดกันไปสามคนสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 251 ลิตร แต่ถ้าเน้นขนของ ก็พับเบาะได้แบบ 60:40 หรือจะพับเรียบลงมาทั้งหมดก็เพิ่มพื้นที่ได้อีกโข เรียกว่าจัดสรรความอเนกประสงค์ ได้อย่างลงตัว
       
       ด้านขุมพลัง HR15DE ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ลูกเดียวกับที่ใช้ใน “นิสสัน มาร์ช” เมืองไทย(ส่งกลับไปขายญี่ปุ่น)





       ผู้เขียนเริ่มขับ “จู๊ค” ออกมาจากโชว์รูม TSL แจ้งวัฒนะ โดยใช้โหมด Eco ซึ่งชื่อก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า เน้นประหยัดน้ำมัน และนอกจากการยับยั้งความกระตือรือร้นของ เครื่องยนต์และเกียร์แล้ว ในโหมดนี้ยังดูแลระบบปรับอากาศไม่ให้ทำงานหนัก หรือกินกำลังจากเครื่องยนต์มากเกินไป


       
       การขับในโหมดนี้ต้องใช้คำว่า“อืด” ครับ เครื่องยนต์ระบบส่งกำลังตอบสนองช้า บางทีเข่นคันเร่งลงไป รถก็ไม่ค่อยตามใจผู้ขับนัก หรือถ้าขยับไปอีกขั้นเลือกเป็นโหมด Normal ก็พอได้เร่งได้ลุ้นขึ้นมาอีกหน่อย แต่ถ้าหวังสะใจใช้โหมด Sport ที่รีดกำลังจากม้า 114 ตัวออกมาอย่างเต็มที่



       ในกรณีขับเรื่อยๆความเร็ว 80 กม./ชม. โหมด Sportจะสแตนบายรอบแถวๆ 2,000 (ถ้าโหมด Normal จะอยู่ประมาณ 1,500 รอบ) เตรียมพร้อมจังหวะกดคันเร่งของผู้ขับ การส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติCVTสู่ล้อคู่หน้าทำได้ไหลลื่น บางช่วงมีดึง มีลาก ขับสนุกเร้าใจ แต่จะด้อยตรงการควบคุมพวงมาลัยในความเร็วสูง ยิ่งตอนเข้าโค้ง หรือหักเลี้ยวช่วง100-120 กม./ชม. ต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้นอีกนิด
       
       แม้จะใช้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ที่เสริมช่วยเรื่องความนิ่ง และการเกาะถนนได้ระดับหนึ่ง แต่รวมๆแล้วการทรงตัวและการถ่ายเทน้ำหนักของ “จู๊ค” ยังไม่ถือว่าเนียนนัก ยิ่งในรุ่นขับเคลื่อนสองล้อช่วงล่างหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท หลังเป็นคานแข็ง (ถ้ารุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ช่วงล่างหลังเป็นมัลติลิงก์) ที่เซ็ทมาค่อนข้างนุ่ม ดังนั้นจะรับรู้ถึงการโยกคลอน ตอนเปลี่ยนเลน หรือเข้าโค้งแรงๆ ได้พอสมควร
       
       การขับทางไกล ความเงียบภายในห้องโดยสารถือว่าพอใช้ เสียงลมปะทะและเสียงดังจากภายนอกไม่สะท้าน เทียบเท่า เสียงยาง 215/55 R17 บดพื้นถนน แต่รวมๆไม่ถึงกับน่ารำคาญ เปิดเพลงจากเครื่องเล่นซีดี หรือเสียบUSB ก็พอกลบ แกล้มไปได้
       
       ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน หลังลองครบทุกโหมดและมีหลายช่วงที่อัดหนักๆ เกิน 140-160 กม./ชม. ได้ตัวเลขสุดท้ายที่หน้าจอดิจิตอลแจ้งไว้ 12.5 กม./ลิตร
       
       รวบรัดตัดความ...ไม่เจ็บ ไม่จน ก็น่าใช้ กับราคา 1.99 ล้านบาท แลกความสดใหม่ สะดุดตา น่าจะเหมาะกับการขับเท่มากกว่าเน้นสมรรถนะ แต่ถ้าใครอยากได้ราคาที่เป็นมิตรกว่านี้ ต้องรอให้โรงงานนิสสัน อินโดนีเซียขึ้นไลน์ผลิต (ตามแผนปี 2011) แล้วลุ้นนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย นำเข้ามาทำตลาดเอง...ราคาบวก-ลบ 1 ล้านบาท ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!













ขอขอบคุณที่มาของข้อมูล
เครดิต : Manager Online Motoring
ที่มา : http://www.manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9530000100677
ขออภัย!! กรุณาล๊อกอินเพื่อ เข้าสู่ระบบ หรือทำการ สมัครสมาชิก ก่อนจึงจะมองเห็นรูปภาพ